การบริหารสินค้าคงคลัง (Inventory Management) สินค้าคงคลัง (inventory) เป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินงานของธุรกิจโดยนับเป็นองค์ประกอบที่ใหญ่ที่สุด ของต้นทุนการผลิตผลิตภัณฑ์หลายชนิดนอกจากนั้นการมีสินค้าคงคลังที่เพียงพอ ยังเป็นการตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้าได้ทันเวลา จึงเห็นได้ว่าสินค้าคงคลังมีความสำคัญต่อกิจกรรมหลักของธุรกิจเป็นอย่างมาก การบริหารสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพจึงส่งผลกระทบต่อผลกำไรจากการประกอบ การโดยตรง และในปัจจุบันนี้มีการนำเอาระบบ คอมพิวเตอร์มาจัดการข้อมูลสินค้าคงคลัง เพื่อให้เกิดความถูกต้อง แม่นยำ และทันเวลามากยิ่งขึ้น เทคนิคในการเลือกใช้เครื่องมือในการบริหารสินค้าคงคลัง
1.) การควบคุมสินค้าคงคลัง (Inventory Control)
เป็นการนำซอฟแวร์มาช่วยในการสั่งซื้อการทำนายการผลิต และรายงานทางการค้าการหาค่าใช้จ่ายในการผลิต และการพัฒนาตารางการผลิตโดยปกติแล้วซอฟแวร์เหล่านี้จะมี สูตรในการคำนวณ เพื่อหาจำนวนวัตถุดิบและช่วงเวลาที่ต้องสั่งซื้อ วิธีการหาว่ากิจการจะสั่งซื้อสินค้ามาไว้ในคลังจำนวนเท่าใด เรียกว่า "วิธีการหาปริมาณการสั่งซื้อที่ประหยัด (Economic Order Quantity: EOQ) “ส่วนวิธีการหาว่ากิจการจะต้องสั่งซื้ิสินค้าเมื่อใด ที่จะก่อให้เกิดต้นทุนที่ประหยัดที่สุด เราจะใช้” วิธีการหาจุดสั่งซื้อใหม่ (Reorder Point: ROP) หรือระบบ Supply Chain" นั่นเองอีกทั้งยังมีวิธีการควบคุมสินค้าคงคลังอีกวิธีคือ "ระบบ ABC System"เป็นระบบที่เหมาะสำหรับกิจการที่มีขนาดใหญ่มีปริมาณสินค้าที่มาก บริษัทควรมีการจัดกลุ่มสินค้าโดยเรียงตามลำดับความสำคัญ (มูลค่า) เพื่อประโยชน์ในการกำหนดระดับในการดูแลสินค้า
2.) การวางแผนการใช้ทรัพยากรการผลิต (Manufacturing Resource Planning: MRP)
เป็นการสำรวจเวลาและจำนวนความต้องการสินค้าและวัตถุดิบอย่างละเอียดใน ทุกรายการและทุกกระบวนการผลิต เพื่อให้ได้สินค้าที่เพียงพอต่อความต้องการในการผลิตไม่ให้การผลิตต้องหยุด ชะงัก เช่น โรงงานผลิตรถยนต์ โรงงานผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
3.) การควบคุมสินค้าคงเหลือ (Just- in - time Inventory and Manufacturing)
มีเป้าหมายที่จะลดปริมาณสินค้าคงเหลือให้เป็นศูนย์ วิธีที่นิยมใช้กันได้แก่ วิธีการควบคุมสินค้าแบบทันเวลา (Just - in - Time: JIT Inventory Approach) ซึ่งสินค้าและวัตถุดิบจะถูกส่งไปให้ในช่วงเวลาก่อนที่สินค้าหรือวัตถุดิบ นั้นไปใช้ในการผลิต ทำใหไม่ต้องเก็บสืนค้าคงคลังไว้เป็นเวลานาน
4.) การจัดตารางการผลิต (Production Planning)
เป็นการจัดการรายละเอียดแผนงานการผลิตทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยมีซอฟแวร์ที่ทำงานในด้านนี้เข้ามาช่วย ซึ่งซอฟแวร์นี้จะช่วยทำนายและพิจารณาหาความต้องการของสินค้าและบริการที่จะ เกิดขึ้นในอนาคต ทำให้สามารถวางแผนได้ตรงตามความต้องการ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น